ดูซีรี่ย์: Warrior HBO Go กังฟู แก๊งสเตอร์ ไชน่าทาวน์ ซีรีส์จีน-อเมริกา เรื่องแรก ที่ผสมผสานระหว่าง กังฟู แก๊งสเตอร์ ไชน่าทาวน์ แนวคิดดั้งเดิมของเรื่องครีเอทโดย บรู๊ซ ลี กับการนำเรื่องราวกังฟูแบบสมจริงในยุคคนจีนบุกเบิกอเมริกามาเล่าได้สนุก แนวแอ็กชั่น ดราม่า หักเหลี่ยม เชือดเฉือน ที่มีฉากกังฟูสายเรียลแบบที่หายากมากๆ รับรองว่าฉากบู๊ทำได้มันสะใจ ถูกจริตคนไทยแน่ แถมยังผสมผสานแนวแก๊งค์ด้วย

ผลงานอำนวยการสร้างโดย จัสติน ลิน ผู้ให้กำเนิดแฟรนไชส์ชื่อดังอย่าง The Fast & Furious ที่มีส่วนในการสร้างทุกภาค ร่วมกับ แชนนอน ลี ซึ่งเป็นลูกสาวแท้ๆของ บรู๊ซ ลี ที่เป็นอดีตนักแสดง นักศิลปะต่อสู้ และนักธุรกิจ รวมถึงเป็นประธานของ Bruce Lee Foundation อีกด้วย

เรื่องราวเริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1878 เมื่อ อาซาม ชายหนุ่มจากจีนแผ่นดินใหญ่ เขาขึ้นเรือเดินทางข้ามทวีปมาจนถึงที่สหรัฐอเมริกาที่ซานฟรานซิสโก ซึ่งเวลานั้นสหรัฐเพิ่งเสร็จสิ้นจากสงครามเหนือ-ใต้ ได้ไม่นานนัก โดยในยุคนั้นตามประวัติศาสตร์จริงๆ เป็นช่วงที่คนจีนโพ้นทะเลเริ่มเดินทางมาแสวงหาโชคในดินแดนต่างๆ และเริ่มตั้งชุมชนชาวจีนคือ ไชน่าทาวน์ ขึ้นมา

แต่อาซามเป็นคนจีนที่แตกต่างจากแรงงานจีนส่วนมากที่เข้ามาในเวลานั้น เพราะเขามาพร้อมกับเขี้ยวเล็บที่ร้ายกาจ เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญวิชายุทธ์ สามารถต่อสู้กับชาวตะวันตกที่ตัวสูงใหญ่กว่ามาหลายคนแล้วเอาชนะได้ ทั้งยังมีจิตใจเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว ไม่ยอมแพ้ให้ความอยุติธรรม เป้าหมายของเขาคือการตามหาน้องสาวที่ถูกพามาที่สหรัฐ แต่การที่เขาแสดงความสามารถในการต่อสู้ออกมา ก็ทำให้เขาได้ไปเข้าร่วมกับ ฮอปเหว่ย หนึ่งในสองแก๊งค์ใหญ่สุดที่คุมไชน่าทาวน์ พร้อมทั้งถูกตีตราที่ทำให้เจ้าตัวต้องภักดีกับลูกพี่จุน ผู้นำของแก๊งค์นี้ไปด้วย

อีกทั้งในเวลานั้นชาวซานฟรานซิสโกกำลังต่อต้านและต้องการขับไล่ชาวจีนให้กลับประเทศ โดยกลุ่มคนสำคัญที่ต่อต้านชาวจีนก็คือกลุ่มคนไอริช เนื่องจากพวกเขาเป็นกลุ่มคนที่ถูกผลกระทบโดยตรงจากการเข้ามาของคนจีนที่เป็นแรงงานราคาถูกแล้วเข้ามาแย่งงานจากคนไอริช โดยกลุ่มชาวไอริช มีผู้นำคือ เลียรี่ นักสู้ไอริชที่มีทั้งฝีมือและความเกลียดชังต่อคนจีน

ในเวลาเดียวกัน ในยามวิกาลของถนนในเมืองก็เกิดคดีฆาตกรรมต่อเนื่องประหลาด เมื่อชาวไอริชถูกฆ่าเป็นศพบนถนน ทำให้ชาวไอริชสงสัยว่าเป็นฝีมือของพวกคนจีน ในขณะเดียวกัน บนถนนก็มีศพของคนจีนเช่นกัน นั่นทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหนุ่ม ลี ที่พบเห็นการก่อเหตุต้องเข้ามาสืบสวนคดีนี้พร้อมกับแนวทางแบบนิติวิทยาศาสตร์ที่เขาเอามาใช้แล้วขัดแย้งกับการสืบสวนแบบเก่าๆ ของ บิ๊กบิล นายตำรวจใหญ่ที่มีนิสัยเสียติดการพนันและรังเกียจชาวจีน ทั้งยังรู้เห็นเป็นใจกับกลุ่มชาวไอริช รวมถึงไม่อยากเอาตัวเองเข้าไปยุ่งพัวพันกับการต่อสู้กันระหว่างแก๊งค์ชาวจีนด้วย

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องราวของ เพนนี ภรรยาสาวของนายกเทศมนตรี เธอเป็นหญิงสาวจิตใจดีงาม ไม่แบ่งแยกคนจีน และด้วยเหตุบังเอิญก็ทำให้เธอได้รับการช่วยเหลือจากอาซาม ที่ทำให้ตัวอาซามต้องเดือดร้อน แต่นั่นก็ทำให้เพนนีเกิดความประทับใจและกลายเป็นแรงดึงดูดระหว่างเธอกับอาซาม

นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวของหญิงสาวอย่าง อาโถ่ว แม่เล้าคุมโสเภณีที่เป็นเสมือนแหล่งข่าวขนาดใหญ่ และแท้จริงมีเบื้องหลังไม่ธรรมดา รวมถึง หม่ายหลิน น้องสาวแท้ๆ ของอาซามที่เธอใช้ทั้งเสน่ห์และมันสมองพลิกสถานะตนเองมาเป็นภรรยาของลองซี หนึ่งในผู้นำแก๊งค์ใหญ่สุดของไชน่าทาวน์ และเป็นคู่แข่งกับลูกพี่จุน ซึ่งลองซีนั้นอายุมากและต้องการเกษียณอย่างสงบ หม่ายหลิน ได้กลายเป็นมันสมองและคนออกหน้าให้ลองซีในการจัดการแก๊งค์ และเธอยังวางแผนร่วมกับ บั๊คลี่ นักการเมืองผู้ทะเยอทะยานที่ต้องการเข้ามากุมอำนาจอยู่เบื้องหลังในซานฟรานซิสโก

ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดนี้จะเกี่ยวพันยุ่งเหยิงกันในยุคสมัยบุกเบิกของคนจีนและไชน่าทาวน์ในดินแดนตะวันตกของสหรัฐ

ซีรีส์เรื่องนี้มีความพิเศษหลายอย่างที่น่าสนใจ อย่างแรกเลยคือนี่เป็นซีรีส์จีนเรื่องแรกที่สร้างและฉายทางช่องทีวีในตะวันตกอย่างเต็มตัว แล้วนี่ยังเคยเป็นแนวคิดและไอเดียที่มาจาก บูร๊ซ ลี อดีตนักแสดงชื่อดังที่เป็นผู้นำเรื่องของกังฟูจีนเข้ามาในโลกฮอลลีวูดได้สำเร็จเป็นคนแรกด้วย

ส่วนผสมของเรื่อง มีหลายอย่างที่เชื่อว่าคนไทยและชาวเอเชียจะชอบเอามากๆ เพราะผสมผสานระหว่าง กังฟู วิชาหมัดมวย + แก๊งค์สเตอร์ ที่ไม่ได้เทน้ำหนักไปยังฝั่งไหนมากเกินไป อีกทั้งยังมีการเล่าเรื่องราวผ่านตัวละครหลักหลายคน ทำให้มีหลายเส้นเรื่อง หลายโทน หลายอารมณ์ ไม่ได้เอาแต่บู๊แหลกหรือดราม่าหนังแก๊งค์อย่างเดียว แต่ยังสะท้อนบริบททางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นจริงในสหรัฐเวลานั้น ทั้งการเหยียดผิว การเหยียดคนจีน การเริ่มขยายไชน่าทาวน์ การเมืองในสหรัฐยุคบุกเบิก โดยเฉพาะฝั่งตะวันตกอย่างซานฟราน ที่ถือว่าเป็นแหล่งรวมของผู้อพยพจากเอเชียมากอันดับต้นๆ

เส้นเรื่องของตัวเอกอย่าง อาซาม เปิดเรื่องมาด้วยการเดินทางสู่แผ่นดินสหรัฐในอารมณ์เหมือนกับคาวบอยพเนจร เพียงแต่เขามาพร้อมความเก่งในวิชากังฟู และยังมีความความเก๋า ความนิ่ง ที่ไม่กลัวใคร แต่เขาก็ไม่ได้เอาแต่บู๊แหลก เพราะเขามีความคิดอ่านที่ไม่ธรรมดาเช่นกัน

แต่ถึงอย่างนั้นตัวเรื่องก็นำเสนอตั้งแต่ตอนแรกเลยว่า ไชน่าทาวน์ ไม่ใช่เมืองธรรมดา แต่มันเป็นดินแดนที่รวบรวมเสือสิงห์กระทิงแรด เต็มไปด้วยยอดฝีมือ นักฆ่า เสือซ่อนเล็บ ที่ต่างก็เดินทางจากแผ่นดินจีนยุคนั้นมาแสวงหาโชค ดังนั้นตัวละครจึงไม่สามารถไว้ใจใครได้ง่ายๆ การจะใช้ชีวิตอยู่รอดจำเป็นต้องหาพรรคพวก หาคนสนับสนุน หากลุ่มสังกัด ซึ่งตัวเอกจะได้เรียนรู้ตั้งแต่ตอนแรก และก็ต้องปรับตัวอย่างเร็วเช่นกัน เพราะเพียงแค่ตอนแรกๆ ก็เปิดเรื่องมาให้เราเห็นว่า ถึงอาซามจะเก่งกังฟูชนิดที่โค่นฝรั่งหลายคนได้ก็ตาม แต่ในไชน่าทาวน์นี้ก็ยังมีคนอื่นๆ ที่เก่งไม่แพ้เขา หรืออาจะจะเก่งกว่าด้วยซ้ำ

ในเรื่องยังนำเสนอมุมของ ผู้หญิงชาวจีน ที่ต้องใช้ทุกอย่างเพื่อเอาตัวรอด ซึ่งเล่าได้ดีมากๆ ผ่านทางตัวละครหญิงแกร่งสองคนคือ อาโถ่ว และ หม่ายหลิน คนแรกเป็นแม่เล้าของซ่องโสเภณีจีน ที่แท้จริงแล้วก็แอบซ่อนความลับอย่างไว้ แม้ว่าเธอจะถูกใจอาซามตั้งแต่แรกพบ แต่เธอก็มีเขี้ยวเล็บที่ร้ายกาจ ส่วนหม่ายหลิน น้องสาวของอาซามที่เปลี่ยนชื่อแซ่ ก็เป็นมากกว่าแค่ผู้หญิงที่ถูกขายมา แต่กลับสามารถชนะใจลองซี หนึ่งในสองเจ้าพ่อใหญ่ของไชน่าทาวน์ได้ จนถึงขั้นที่เธอเป็นมันสมองคอยวางแผน และช่วยออกหน้าให้ด้วย

แต่ตัวเรื่องก็ไม่ได้นำเสนอผ่านฝั่งคนจีนอย่างเดียว มีเส้นเรื่องของ เพนนี ภรรยาสาวแสนสวยของนายกเทศมนตรี และเป็นลูกสาวของเจ้าของโรงงานใหญ่เมอร์เซอร์ ที่เส้นทางของเธอได้มาพบเจอกับอาซามเข้าโดยบังเอิญ

แล้วยังมีเส้นเรื่องของกลุ่มไอริชที่นำโดย เลี่ยรี ที่ถือว่าเป็นหนึ่งในพวกที่ต้องการไล่คนจีนกลับประเทศที่สุด นอกจากนี้ยังมีเส้นเรื่องฝั่งการเมืองของ บั้คลี่ ที่แสดงภาพของชนชั้นนักการเมืองในยุคนั้นได้ดี ซึ่งตัวละครเหล่านี้ต่างก็เป็นมิตรบ้าง ศัตรูบ้าง ตามสถานการณ์ หรือผลประโยชน์

ส่วนคนที่ชอบบทบู๊ ไม่ต้องห่วงเลยครับ เรื่องนี้จัดเต็มเอามากๆในด้านฉากต่อสู้ อีกทั้งบรรดาวิชากังฟูที่ถูกนำมาใช้ในเรื่องนี้ก็เป็นแนว “เรียล” คือเป็นกังฟูแบบใช้ต่อสุ้จริงข้างถนน เน้นความรวดเร็ว ดุดัน ท่วงท่ามักเน้นเข้าจุดตายเป็นหลัก แล้วแน่นอนว่าไม่ได้มีเรื่องวิชาตัวเบาโอเวอร์แบบหนังจีนย้อนยุค แต่ก็รู้จักที่จะประยุกต์วิชามวยจีนแบบแฟนตาซีเอามาทำใหม่ให้ดูสมจริง

จุดที่น่าสนใจคือ สไตล์กังฟูของอาซามก็ค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นแนวเดียวกับวิชากังฟูประจำตัวของ บรู๊ซ ลี ที่เขาคิดค้นขึ้นมาใหม่ นั่นคือ จิตคุนโต ตรงนี้อาจจะเป็นการเซอร์วิสแฟนๆ ของ บรู๊ซ ลี ก็เป็นได้ เพราะเหมือนกันหมดตั้งแต่การตั้งท่า แนวทางออกหมัด ไปจนถึงเสียงร้องเวลาออกท่าทางด้วย

แล้วนอกจากหมัดมวยลุ่นๆ ก็ยังมีการนำวิชาอาวุธมานำเสนออย่างเต็มที่ และก็ไม่ใช่แค่มวยจีนอย่างเดียว เพราะในเรื่องมีมวยไอริชหรือพวกคิกบ็อกซิ่งแบบข้างถนนในสมัยนั้น เรียกว่าใครเป็นสายหนังบู๊ จะชอบเรื่องนี้เลย

ส่วนบทด้านการเมืองก็นำเสนอทั้งในแบบแก๊งค์สเตอร์ที่ราวกับกำลังดูหนังฮ่องกงยุค TVB การเชือดเฉือน วางแผน เฉือนคม ลอบเจรจา ทรยศหักหลัง ลอบสังหาร บุกตรงๆ ใส่เข้ามาหมด

มีอีกเทคนิคหนึ่งที่ซีรีส์เข้าใจทำคือ เวลาตัวละครคนจีนพูดภาษาจีนกัน ก็จะมีการปรับมุมกล้องบางอย่างที่ให้คนดูได้เข้าใจเอาว่า ตอนนี้เขาก็ยังพูดภาษาจีนกันนะ แต่ในหนัง ตัวละครจะพูดภาษาอังกฤษออกมาแทน

ด้านการแสดง ถือว่าสอบผ่านมากหลายคน โดยเฉพาะบทของตัวเอกอาซาม ที่ได้ แอนดริว โคจิ นักแสดงชาวญี่ปุ่นครึ่งอังกฤษมาเล่นบทนี้ ซึ่งผลงานที่ผ่านมาของเขาที่หลายคนอาจไม่ทราบก็คือการรับบทเป็น Snake Eye ในเรื่อง G.I. Joe เพราะต้องใส่ชุดดำสวมหน้ากากปิดหน้าทั้งเรื่อง

ส่วนจุดด้อยของซีรีส์ก็มีอยู่บ้างเหมือนกัน โดยเฉพาะบทบางอย่างที่ค่อนข้างจับยัดให้ตัวละครเอกอย่างอาซามมากไปหน่อย คือพอเข้าใจได้ว่ามันเป็นภาคบังคับในแต่ละตอนว่าจะต้องมีฉากบู๊ของอาซาม ซึ่งยอมรับว่าพวกฉากบู๊เหล่านี้ทำได้ดีอยู่แล้ว แถมสถานการณ์ในการต่อสู้แต่ละตอนก็ไม่ซ้ำกันด้วย แต่ในช่วงท้ายโดยเฉพาะตอนสุดท้าย การเขียนบทเหมือนหมดมุกไปหน่อยที่ยัดให้อาซามและเลียรี่ที่มีเวลามาเจอกันตั้งนานกลับเพิ่งจะมาสู้กัน แถมยังสู้กันไม่ทันได้สะใจอะไรด้วย อารมณ์เหมือนหนังแอ็กชั่นยุคเก่าที่พระเอกมาเจอบอส เพียงแต่เรื่องนี้ยังไม่ทันได้สู้อะไรกันมากมาย ซึ่งก็ต้องมีซีซันสองต่อแน่นอน

อีกจุดด้อยคือ สร้างตัวละครน่าสนใจมาหลายคน แต่รู้สึกว่าเส้นเรื่องของบางตัวละครทำได้ไม่ดีนัก เพียงแต่ในส่วนของการตัดต่อและคนเขียนบทเองก็เหมือนจะรู้ตัวว่าบางเส้นเรื่องมันไม่สนุกจริงๆ แต่มันจำเป็นต้องมี ก็เลยเล่าให้กระชับ เดินเรื่องไปไวๆ แทน

ตรงนี้คิดว่า ถ้าในซีซัน 2 เรื่องมีการปรับเปลี่ยนแนวทาง โฟกัสที่การเล่าเรื่องราวของตัวอาซามเป็นหลักมากกว่านี้ ภาพรวมของตัวเรื่องอาจจะดีกว่าการเล่าหลายเส้นเรื่องแบบที่เป็นอยู่ก็ได้ อีกอย่างคืออาซามในซีซันแรกยังมีลักษณะของนักบู๊สุดเก่งที่เคยคิดว่าตัวเองแน่ทุกอย่าง แต่เพิ่งมาพบว่า เขาได้เข้ามาอยู่ในดงของสังคมที่ก็มีคนบู๊เก่งพอๆ กันและมากกว่าเขา แถมการบู๊เก่งเพียงอย่างเดียวไม่ได้ช่วยให้เอาชีวิตรอดได้ด้วย ซึ่งในตอนท้ายของซีซันแรก อาซามก็เริ่มค้นพบสิ่งที่เขาควรจะทำแล้วว่า คืออะไรกัน โดยเส้นทางที่เขาเลือกก็ไม่ได้ขาวเกินไปหรือดำเกินไป

สรุปในภาพรวมแล้ว เป็นซีรีส์กังฟู ผสม แก๊งค์สเตอร์ ที่โคตรสนุกครับ ถูกจริตคนไทยแน่นอน แล้วการสื่อความหมายของเรื่องที่ว่า Warrior หรือนักรบ ก็ทำออกมาได้ดีด้วย หลังจากให้ตัวเองได้เข้าสู่เส้นทางที่หลากหลาย ทั้งการเป็นนักสู้พนเจรฉายเดี่ยว นักสู้ในสังกัดของแก๊งค์ ไปจนถึงการค้นพบบทบาทของตัวเองในตอนท้าย ซึ่งก็ต้องรอดูว่า ซีซันสอง จะทำให้ดีขึ้นกว่านี้อีกได้หรือไม่